Black Ribbon

อีอีซี กางแผนรุกอุตสาหกรรมใหม่ ชู 4 ปัจจัย ดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

02 กันยายน 2569
อีอีซี กางแผนรุกอุตสาหกรรมใหม่ ชู 4 ปัจจัย ดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

อีอีซี กางแผนรุกอุตสาหกรรมใหม่ ชู 4 ปัจจัย ดึงเม็ดเงินลงทุนระดับโลก

อีอีซีมุ่งเน้นการลงทุนใน 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ได้แก่ การแพทย์, ดิจิทัล, ยานยนต์สมัยใหม่, BCG และภาคบริการ

ชู 4 ปัจจัยสำคัญเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ประกอบด้วย ที่ดินที่เหมาะสม, โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค (โดยเฉพาะน้ำและพลังงานสะอาด), บุคลากร และการปรับปรุงกฎระเบียบ

เร่งเตรียมความพร้อมด้านพลังงานและสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการลงทุนในยุค Green Transition โดยเฉพาะอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ที่มีโอกาสลงทุนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยในงานสัมมนา KT Dialogue New Horizon:Thailand Investment Playbook ว่า สถานการณ์ของภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน ขณะนี้อยู่ในจุดที่มีความน่ากังวลอย่างมาก และกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ ๆ ทั้งนี้อีอีซีเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ซ่อมและสร้าง บางสิ่งบางอย่าง โดยมีโจทย์สำคัญที่สุดคือ การสร้างความยั่งยืนและสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทันสมัยควบคู่ไปกับการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตามการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจดังกล่าว ไม่ได้เกิดขึ้นจากการลงทุนเพียงอย่างเดียว และไม่ได้พึ่งพาเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เท่านั้น แต่ สกพอ. มุ่งเน้นการสร้างและการวิเคราะห์อุตสาหกรรมที่เหมาะสมผ่านห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย

นายจุฬา กล่าวต่อว่า แม้ว่าตามกฎหมายอีอีซีจะครอบคลุมอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้งหมด 12 ตัว แต่ สกพอ. ได้ใช้วิธีจัดกลุ่มเป็น "คลัสเตอร์อุตสาหกรรม" เพื่อให้สามารถบริหารจัดการซัพพลายเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากไม่สามารถดึงตัวซัพพลายเชนบางตัวเข้ามาได้ก่อน ก็จะไม่มีทางดึงดูดอุตสาหกรรมที่เป็นตัวนำชั้นยอดเข้ามาได้

โดยอีอีซีได้แบ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักออกเป็น 5 อุตสาหกรรม ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Health) 2.อุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital) 3.อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Modern Automotive) 4.อุตสาหกรรมโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และ5.อุตสาหกรรมภาคบริการ (Services) ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญเนื่องจากมูลค่าการลงทุนในภาคบริการมีสัดส่วนที่สูงมาก

จับตาการลงทุนพลังงาน-น้ำ รับ Green Transition

นายจุฬา กล่าวต่อว่า สกพอ.คาดว่าการลงทุนครั้งใหญ่ของประเทศไทยในช่วง 1-2 ปีนี้ จะเกิดขึ้นในภาคพลังงานและภาคสาธารณูปโภค เนื่องจากอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่จะเข้ามา มีความต้องการใช้พลังงานสมัยใหม่และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความพร้อมด้านสิ่งแวดล้อม (Green Transition) ครั้งใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะความต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่การใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation)

ทั้งนี้อุตสาหกรรมยุคใหม่ขับเคลื่อนและดันเงินทุนด้วยกระแสไฟฟ้า โดยใช้กำลังคนน้อยลง แต่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยเรื่องน้ำและไฟฟ้าจึงกลายเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีกลุ่มทุนเข้ามาหารือกับ สกพอ. เกี่ยวกับเรื่องน้ำและไฟฟ้ามากที่สุด เนื่องจากพวกเขาทราบดีว่านี่คือหัวใจหลักของการลงทุน FDI ในกลุ่มดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

"ถ้าเมื่อไหร่เราจัดการเรื่องพลังงานและพลังงานสะอาดได้ดี มันจะเป็นแพลตฟอร์มที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนและการใช้ชีวิตในอนาคต ประเทศเราจะไปได้อีกไกล โครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันของเราเป็นเหมือนสนามกีฬา เราไม่ได้สร้างสนามกีฬามาเพียงเพื่อยืนดูเฉย ๆ แต่เราสร้างเพื่อรองรับการแข่งขันให้เกิดนักกีฬาและเกิดวิทยาศาสตร์การกีฬาอื่น ๆ ตามมาอีกมากมาย" นายจุฬา กล่าว

แนะคว้าโอกาสดาต้าเซ็นเตอร์

นายจุฬา ระบุชัดเจนว่า โอกาสการลงทุนในแต่ละช่วงเวลาไม่ได้เปิดกว้างตลอดไป แต่จะมีหน้าต่างแห่งโอกาส ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้น เช่นเดียวกับอุตสาหกรรม Data Center และ AI ในปัจจุบัน ซึ่งตนประเมินว่า มีเวลาเหลือไม่เกิน 2-3 ปีนี้เท่านั้น หากประเทศไทยไม่สามารถคว้าส่วนแบ่งการตลาดในรอบนี้ได้ ตลาดจะหลุดมือไปทันทีและหลุดอย่างถาวร

ดังนั้นเมื่อรับรู้ถึงปริมาณความต้องการซื้อที่มีศักยภาพ อีอีซีจึงเร่งเตรียมความพร้อมด้านปัจจัยนำสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะที่ดินที่มีความเหมาะสมกับการลงทุนในปัจจุบัน โดยพฤติกรรมการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมสมัยใหม่เปลี่ยนไป ซึ่งนักลงทุนไม่ต้องการที่ดินขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมแบบเดิม แต่ต้องการพื้นที่ที่เอื้อให้กลุ่มผู้เล่นในซัพพลายเชนเดียวกันมาอยู่ร่วมกันได้ อีอีซีจึงได้กำหนดพื้นที่ที่เรียกว่าเขตส่งเสริมการลงทุน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้ออกประกาศพื้นที่ลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 20 แห่ง เพื่อรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green) และกลุ่มกรีนโลจิสติกส์  โดยเฉพาะ เพื่อสนับสนุนซัพพลายเชนในพื้นที่

นอกจากนี้ สกพอ. อยู่ระหว่างการวางแผนเชิงรุกเพื่อชี้เป้าพื้นที่การลงทุน โดยเล็งเห็นว่าหากต้องการดึงดูดโครงการ Data Center ใหม่ ๆ จะต้องนำไปตั้งในพื้นที่อีอีซีที่มีขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้จำนวนมาก โดยเน้นจุดที่อยู่ใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า มีแหล่งน้ำ และพลังงานที่พร้อมรับรองความต้องการเฉพาะของอุตสาหกรรมนั้นๆ

ด้านการแข่งขันระดับภูมิภาค นายจุฬา ยืนยันว่า ประเทศไทยกำลังแข่งกับเวลาและแข่งกับคู่แข่งในทุก ๆ นาที เนื่องจากทุกประเทศต่างพยายามดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัลและ Data Center เข้าประเทศตนเอง ที่ผ่านมาสกพอ. เคยเดินทางไปพบปะนักลงทุนที่ประเทศสิงคโปร์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนความน่ากังวลใจของกลุ่มทุนต่างชาติอย่างตรงไปตรงมา

"ผมเจอคำถามที่แรงมากจากนักลงทุนที่ถามว่า ตกลงประเทศไทยเอาอย่างไรแน่ ประเทศไทยกำลังหลอกนักลงทุนอยู่หรือเปล่า ชวนเขาเข้ามาแล้ว พอเขาเริ่มจะลงทุนจริง ๆ กลับไปเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและนโยบาย" นายจุฬา กล่าว

นายจุฬา กล่าวต่อว่า อุตสาหกรรมสมัยใหม่อย่าง Data Center หรือ AI ถือเป็นอุตสาหกรรมระดับโอลิมปิก (Global Competition) ซึ่งเป็นการลงทุนในระดับโครงข่ายระดับโลกที่มีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ผู้ใช้งานระดับแชมเปี้ยนของโลกเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ดังนั้นปัจจัยเรื่องจังหวะเวลาความชัดเจนของทิศทาง และความต่อเนื่องสม่ำเสมอเชิงนโยบายของภาครัฐ ว่าจะให้การสนับสนุนมากน้อยเพียงใด จึงเป็นประเด็นที่วิกฤตและสำคัญที่สุดในการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนกลุ่มนี้

ดัน 4 ปัจจัย ดึงดูดการลงทุน

สำหรับ 4 ปัจจัยหลัก ยุทธศาสตร์ที่ดึงดูดทุนโลกและเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทย โดยประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศการลงทุนเพื่อรับรอง FDI ควบคู่กับการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความเชื่อมโยงกัน เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัลกับยานยนต์สมัยใหม่ ที่สามารถบูรณาการและประสานประโยชน์ร่วมกันได้ในอนาคต โดยตัวเร่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยส่งเสริมการตัดสินใจลงทุน ประกอบด้วย  ปัจจัยด้านที่ดิน  กับความเหมาะสมเฉพาะอุตสาหกรรม ซึ่งยุคนี้พฤติกรรมและความต้องการของนักลงทุนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อเรารู้ว่าความต้องการที่มีศักยภาพ เราจำเป็นต้องจัดหาซึ่งเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการลงทุนอุตสาหกรรมนั้นมาแทนตั้งแต่แรกแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือที่ดินที่เหมาะสมกับการลงทุนนั้น ๆ

นอกจากนี้รูปแบบพื้นที่การลงทุนต้องปรับตามเทรนด์โลก ไม่ใช่เพียงแค่การขายที่ดินผืนใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมแบบเดิมอีกต่อไป โดยสกพอ.พยายามทำโซนนิ่งในทุกอุตสาหกรรม เพราะเราคิดว่าอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อาจไม่ตอบโจทย์การใช้ที่ดินขนาดใหญ่ แต่ต้องการเอาห่วงโซ่อุปทานประเภทเดียวกันมาอยู่ด้วยกันในเทรนด์ปัจจุบัน

ขณะเดียวกัน สกพอ. ได้ปรับแนวทางการทำงานเชิงรุกด้วยการเร่งจัดสรรพื้นที่รองรับการลงทุนในลักษณะคลัสเตอร์ห่วงโซ่อุปทาน โดยสนับสนุนให้กลุ่มผู้ประกอบการที่มีความเชื่อมโยงในห่วงโซ่อุปทานเดียวกันเข้ามาตั้งฐานการผลิตร่วมกัน เพื่อเกื้อหนุนและเอื้อประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจตามเทรนด์การลงทุนยุคปัจจุบัน

สำหรับแนวทางการจัดตั้งพื้นที่ลงทุนนั้น สกพอ. ดำเนินการภายใต้รูปแบบเขตส่งเสริมการลงทุน ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติพื้นที่ลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้นประมาณ 20 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มทุนที่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) และธุรกิจกรีนโลจิสติกส์ (Green Logistics) เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โดยเฉพาะ

ชี้เป้าทำเลทอง รับบิ๊กโปรเจกต์ Data Center

นอกจากนี้ สกพอ. ยังได้วางแผนเชิงรุกด้วยทำเลศักยภาพเพื่อดึงดูดโครงการลงทุนใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรม Data Center ที่ สกพอ. กำลังพิจารณากำหนดพื้นที่เฉพาะที่มีขีดความสามารถในการผลิตและรองรับกระแสไฟฟ้าในปริมาณสูง โดยจะมุ่งเน้นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับแนวสายส่งไฟฟ้า รวมถึงมีความพร้อมด้านแหล่งน้ำและระบบไฟฟ้าที่มั่นคง เนื่องจากความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรมมีความจำเพาะเจาะจงแตกต่างกัน เช่น บางกลุ่มอุตสาหกรรมจำเป็นต้องพึ่งพาระบบสาธารณูปโภคเป็นแกนหลักในการตั้งฐานการผลิต

ขณะที่บางอุตสาหกรรมจำเป็นต้องตั้งอยู่ใกล้กับพื้นที่ท่าเรือเพื่อความสะดวกในการนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกสินค้า ซึ่งการจัดเตรียมบริบทเชิงพื้นที่ให้สอดรับกับความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ชูน้ำ-ไฟสะอาด ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยุคใหม่

นายจุฬา กล่าวต่อว่า ปัจจัยสำคัญประการที่สอง คือ โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค  โดยประเมินว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนครั้งใหญ่   เนื่องจากอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา รวมถึงความต้องการของโครงการลงทุนสมัยใหม่ ต่างมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตไปสู่ระบบอัตโนมัติ  ส่งผลให้ความพร้อมด้านสาธารณูปโภคกลายเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่ภาครัฐต้องจัดหาเพื่อรองรับความต้องการขนาดใหญ่นี้

ทั้งนี้ปัจจัยเรื่องระบบไฟฟ้าและน้ำสะอาด ถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการลงทุนยุคปัจจุบัน ซึ่งจากการหารือร่วมกับกลุ่มทุนต่างประเทศในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าประเด็นเรื่องน้ำและไฟฟ้าเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือมากที่สุด เนื่องจากเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับกลุ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในกลุ่มดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์  และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

"โครงสร้างพื้นฐานการลงทุนในปัจจุบันเปลี่ยนไป ธุรกิจสมัยใหม่ขับเคลื่อนและดำเนินงานด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก มีการใช้คนน้อยลงแต่หันมาพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งหากประเทศไทยสามารถบริหารจัดการพลังงานสะอาดและระบบน้ำได้เป็นอย่างดี ระบบสาธารณูปโภคเหล่านี้จะทำหน้าที่เหมือนแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อประโยชน์ทั้งต่อการลงทุนและการดำเนินชีวิตในอนาคต ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไปได้อีกไกล" นายจุฬา กล่าว

เตรียมความพร้อมบุคลากร ปลดล็อกกฎระเบียบ

สำหรับปัจจัยประการที่สามคือ การเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร  ซึ่งนายจุฬาเน้นย้ำว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญและเป็นเสาหลักที่ขาดไม่ได้ในการสร้างระบบนิเวศร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานและที่ดิน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายสมัยใหม่

อย่างไรก็ดีปัจจัยประการสุดท้ายที่ถือเป็นตัวเร่งสำคัญที่สุดในการกระตุ้นการลงทุน คือ การปรับปรุงกฎระเบียบ  โดยกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ต้องได้รับการแก้ไขให้เอื้ออำนวยต่อนักลงทุนอย่างแท้จริง เพื่อช่วยให้สามารถเข้ามาตั้งโรงงานและเริ่มดำเนินกิจการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นฟันเฟืองที่มีความสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเร่งรัดเม็ดเงินลงทุนให้เกิดขึ้นจริง


แหล่งที่มา : ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.